อทิตาคลินิก เพราะผู้หญิงหยุดสวยไม่ได้ - Atita Clinic Beauty & Anti Aging อทิตาคลินิก เพราะผู้หญิงหยุดสวยไม่ได้ - Atita Clinic Beauty & Anti Aging

อทิตาคลินิก เพราะผู้หญิงหยุดสวยไม่ได้ - Atita Clinic Beauty & Anti Aging อทิตาคลินิก เพราะผู้หญิงหยุดสวยไม่ได้ - Atita Clinic Beauty & Anti Aging

Cell Therapy

Cell Therapy

สวยอมตะ ชะลอวัยด้วยเซลล์บำบัด

Stem Cell คืออะไร

มีอัตราความสำเร็จสูงในการรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ และยังเป็นวิธีการรักษาสุขภาพและชะลอวัยแบบองค์รวมที่ครอบคลุมที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพราะสเตมเซลล์ก็คือการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ คอยซ่อมแซมความเสื่อมของร่างกาย

Cell TherapyCell Therapy

Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด คือ Cell ที่มีคุณสมบัติพิเศษ 2 ประการ

  • สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะ (Differentiate) เป็น Cell ชนิดอื่นหรือเนื้อเยื่ออื่นๆได้ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนเป็น Cell กล้ามเนื้อหัวใจที่สามารถยืดหดตัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือเปลี่ยนเป็น Cell ตับอ่อนที่ทำหน้าที่สร้าง Insulin ได้
  • Self renewal คือความสามารถในการแบ่งตัวแล้วยังคงความเป็น Cell ต้นกำเนิดอยู่ได้ เพื่อให้เป็นแหล่งกำเนิด Cell ต้นกำเนิดต่อไปต่างจาก Cell ธรรมดาทั่วไปซึ่งมีอายุขัยที่ถูกกำหนดไว้และเสื่อมสลายตามวัย (Aging) เมื่อผ่านการแบ่งตัวไประยะหนึ่ง

เซลล์ต้นกำเนิดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ

  • เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน
  • เซลล์ต้นกำเนิดผู้ใหญ่ (Adult Stem Cell) ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการวิจัยอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะส่วนที่ได้จากไขกระดูกและสายสะดือเด็กหลังคลอด และนอกจากนี้ได้นำมาจากส่วนอื่นเช่น ถุงน้ำคล่ำและน้ำคล่ำซึ่งประเทศไทยสามารถแยกบริสุทธิ์สเตมเซลล์จากน้ำคล่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพที่แรกของโลก

เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดมีความสามารถที่จะเจริญและพัฒนาไปเป็นเซลล์ทุกประเภทในร่างกายได้จึงได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาโรคซึ่งในตอนนี้บางประเทศได้มีการใช้สเตมเซลล์ในการรักษาโรคบางโรคได้อย่างไม่ผิดกฎหมายและมีงานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนว่าการรักษาโดยใช้สเตมเซลล์เป็นวิธีการรักษาทีได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง เช่น การรักษาโรคเบาหวาน, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของระบบประสาท เป็นต้น



Cell Therapy


การใช้ Cell บำบัด

ในปัจจุบันสภาพร่างกายของคนเราได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมเยอะขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งมลพิษทางอากาศ อาหาร และสภาพแวดล้อมทั่วไป ทำให้ร่างกายเรา แก่ง่ายกว่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญทำให้ป่วยง่าย มีโรคแทรกซ้อนมากมาย การรักษาส่วนใหญ่ตามโรงพยาบาลจึงเป็นการรักษาอาการ ถ้ายังไม่มีอาการแสดงก็ยังไม่ต้องรักษาเช่น เมื่อมีอาการปวดศีรษะก็ทานยาแก้ปวด เป็นไข้ก็ทานยาฆ่าเชื้อ เป็นวงจรต่อเนื่องไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มองประเด็นในการช่วยร่างกายซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย เซลล์ที่อ่อนแอให้แข็งแรง และมีสภาพสมบูรณ์พร้อม ทั้งในการซ่อมแซมตัวเองและการป้องกันการเจ็บป่วยในอนาคต

เซลล์บำบัดเป็นการรักษาและป้องกันเซลล์ของร่างกายให้มีความแข็งแรง และอ่อนเยาว์ เป็นที่นิยมกันแพร่หลายในแถบประเทศยุโรป อย่างเช่น สวิสเซอร์แลนด์ และเยอรมัน เป็นต้น

ซึ่งหลักๆ การบำบัดเซลล์มี 2 วัตถุประสงค์คือ

  • เพื่อการชะลอวัย (Anti Aging) สำหรับบุคคลอายุระหว่าง 30 – 60 ปี ที่ยังไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือโรคประจำตัวอะไรมากทั้งเพื่อการชะลอวัย ซึ่งนอกจากจะได้การชะลอวัยแล้วยังป้องกันการเจ็บป่วยได้ด้วย
  • เพื่อการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคเรื้อรังรักษาไม่หายอย่าง เบาหวาน พาร์กินสัน โรคสมองและความจำ โรคข้อเสื่อม และวัยทอง

โรคที่เหมาะกับการการใช้ Cell บำบัด

  • ศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging)
  • โรคความจำเสื่อม (Alzheimer)
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson)
  • โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
  • โรคตับ (Liver Disease)
  • โรคไต (Kidney Disease)
  • โรคหัวใจ (Heart and Vascular Disease)
  • ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis / Joint)
  • โรคมะเร็ง (Cancer)
  • โรคภูมิแพ้ (Immune Disease)
  • สมรรถภาพทางเพศ (Libido)
  • โรคหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke)


StemCell กับการความงามและการชะลอวัย


StemCell กับการความงามและการชะลอวัย

เทคโนโลยีเพื่อความงามในปัจจุบันส่วนใหญ่ ล้วนมีวิธีการที่ให้ผลเพียงชั่วคราวหรือมีผลแค่ปิดบังหรือเติมเต็มแต่เพียงภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้เพราะเซลล์ที่ผิวหน้าของเรายังคงเป็นเซลล์เก่าการกระตุ้นการทำงานโดยเครื่องมือต่างๆ ก็เป็นการกระตุ้นเซลล์ที่อ่อนล้าเท่านั้นการใช้สารฉีดลดริ้วรอยหรือเติมเต็มร่องต่างๆ ก็ไม่ได้มีผลในการปรับปรุงโครงสร้างของผิวให้อ่อนเยาว์ลงแต่อย่างใด ด้วยกาลเวลาที่หมุนผ่านทำให้เราต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความร่วงโรยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สเตมเซลล์และคอลลาเจนจะมีจำนวนลดลง นอกจากนี้ มลภาวะ ความเครียด สารพิษยังช่วยเร่งให้เกิดความชราของเซลล์อีกด้วย สัญญาณแห่งวัย เช่น ริ้วรอย ร่องลึก สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดสี ฝ้า กระ การขจัดเม็ดสีส่วนเกินได้ช้าลง ผิวที่หย่อนคล้อยเหี่ยวย่น สายตาที่พร่าเลือน ฮอร์โมนที่ลดลง ไม่กระชุ่มกระชวยเหมือนก่อนผิวหนังบาง แพ้ง่าย นำไปสู่สารพันปัญหา สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เรากำลังก้าวเดินเข้าสู่หนทางแห่งความชรา ดังนั้น การเพิ่มปริมาณเซลล์ใหม่ที่มีคุณภาพสูงและยังมีชีวิตอยู่ (FreshCell) ให้กับผิวหน้า จะกระตุ้นให้กระบวนการรักษาตนเองของร่างกายกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง และให้ผลในการรักษาอย่างชัดเจน

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับโปรแกรม

  • ล้างพิษด้วยโปรแกรม Chelation
  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพ
  • ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อย 10 แก้วต่อวัน
  • ออกกำลังอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนการบำบัดเซลล์
  • งดบุหรี่อย่างน้อย 7 วัน ก่อนการบำบัดเซลล์
  • หลีกเลี่ยงการทำเอกซเรย์ การสัมผัสคลื่นไมโครเวฟ เช่น อาหารจากไมโครเวฟ หรือคลื่่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น MRI อย่างน้อย 3 วัน ก่อนการบำบัดเซลล์
  • งดฉีดวัคซีน ภายใน 4 สัปดาห์ ก่อนการบำบัดเซลล์
  • ป้องกันร่างกายไม่ให้เกิดการติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ท้องเสียรุนแรง หากพบว่ามีอาการผิดปกติดังกล่าวให้แจ้งแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

ข้อปฏิบัติตัวหลังรับโปรแกรมบำบัดเซลล์

  • หลังการฉีดเซลล์ ไม่ควรอาบน้ำ (อย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
  • พักผ่อนให้เพียงพอหลังจากการบำบัด
  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ย่อยง่าย รสไม่จัด
  • งดรับประทานอาหารประเภทเนื้อ นม จากแพะ หรือแกะ (อย่างน้อย 1 เดือน)
  • ดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึง ชา กาแฟ บุหรี่ และซิการ์ (2 สัปดาห์)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน หรือการอาบแดด (2 สัปดาห์)
  • งดการออกกำลังกายที่หนัก การทำงานหรือกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น (2 สัปดาห์)
  • ไม่ควรรับ รังสีเอ็กซ์เรย์ (X-Rays) (ระยะ 2 เดือน ยกเว้นกรณีเร่งด่วน อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล)
  • หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนหรือการใช้ยาแก้อักเสบโดยไม่จำเป็น (1 เดือน)

3 โปรแกรม เซลล์บำบัดของทางอทิตาคลินิก

  • Placenta Swiss ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้อ่อนเยาว์ลดเลือนริ้วรอย ให้หน้าเด็กเด้ง
  • Plant Stem Cell Swiss เซลล์สกัดจากพืชนำเข้าจากสวิส
  • Fresh Cell สเตมเซลล์สดนำเข้าจากสวิส